รูปภาพอินโฟกราฟิกเปรียบเทียบการเช่ารถเฮี๊ยบ "รายเที่ยว" (Per Trip) ที่เน้นยกของจุดต่อจุด และ "รายวัน" (Per Day) ที่เน้นทำงานต่อเนื่องในไซต์งานก่อสร้าง พร้อมพาดหัว "เช่ารถเฮี๊ยบ แบบไหนคุ้มกว่ากัน? (อัปเดต 2026)"

เช่ารถเฮี๊ยบรายวันหรือรายเที่ยว แบบไหนคุ้มกว่า? (2026)

💡 ข้อมูลอัปเดต ปี 2026

เลือกรถเฮี๊ยบแบบเหมาวัน หรือ แบบรายเที่ยว แบบไหนคุมงบได้คุ้มกว่ากัน?

เช่ารถเฮี๊ยบรายวันหรือรายเที่ยว ถือเป็นคำถามยอดฮิตอันดับแรกๆ สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนขนย้ายสิ่งของหนัก ว่ารูปแบบไหนที่จะช่วยประหยัดงบประมาณและคุ้มค่าที่สุดสำหรับโครงการ? การตัดสินใจเลือกรูปแบบการว่าจ้างนั้นส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนรวม หากเลือกผิดประเภท อาจทำให้คุณต้องเสียค่าใช้จ่ายบานปลายจากค่าล่วงเวลา (OT) หรือค่ารอคิวหน้างานที่คาดไม่ถึง

วันนี้ ทีมงาน 1963 Transport บริการรถบรรทุกติดเครน จะพามาเจาะลึกและเปรียบเทียบข้อดีของแต่ละรูปแบบให้เห็นภาพชัดเจนเลยครับ ว่างานแต่ละประเภทควรเลือกการประเมินราคาแบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด พร้อมแชร์เทคนิคการประเมินหน้างานเพื่อไม่ให้งบบานปลาย

เปรียบเทียบชัดๆ: เช่ารถเฮี๊ยบรายวันหรือรายเที่ยว ต่างกันอย่างไร?

🚚 รูปแบบ "เหมาจ่ายตามระยะทาง" (Per Trip)

จ่ายราคาเดียว จบในรอบนั้น

  • การคิดราคา: ประเมินราคาจากระยะทางจุดรับของไปยังจุดส่งของ โดยรวมค่ายกขึ้นและยกลงเรียบร้อยแล้ว
  • จุดเด่น: ทราบงบประมาณที่แน่นอนล่วงหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการจราจรติดขัดที่จะทำให้เสียเวลาเดินทาง
  • เหมาะกับงาน: ขนย้ายสิ่งของที่ชัดเจน เช่น ยกตู้คอนเทนเนอร์ ย้ายเครื่องจักร โดยที่ของพร้อมยกทันทีและไม่ต้องรอนานที่หน้าไซต์งาน

⏱️ รูปแบบ "เหมาเวลา" (Per Day / Half Day)

เน้นระยะเวลาการสแตนบายหน้างาน

  • การคิดราคา: คิดราคาตามจำนวนชั่วโมง เช่น เหมาครึ่งวัน (ประมาณ 4 ชั่วโมง) หรือเต็มวัน (ประมาณ 8 ชั่วโมง)
  • จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นสูง สามารถให้รถเครนช่วยยกขยับของกี่ชิ้นก็ได้ภายในกรอบเวลา ไม่ต้องรีบร้อน
  • เหมาะกับงาน: งานก่อสร้าง งานเทปูน ติดตั้งโครงสร้างเหล็ก หรือป้ายโฆษณา ที่เครนต้องประคองชิ้นงานรอให้ช่างประกอบจนเสร็จ

ตัวอย่างหน้างานจริง เพื่อการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น

เพื่อให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนและเลือกใช้งานได้ตรงจุด ลองพิจารณาจากเคสตัวอย่างการขนย้ายที่พบได้บ่อยดังต่อไปนี้ครับ:

  • งานย้ายออฟฟิศสนาม หรือ ตู้คอนเทนเนอร์: หากสถานที่ปลายทางมีการเคลียร์พื้นที่สำหรับวางตู้ไว้เรียบร้อยแล้ว การว่าจ้างแบบเป็นรอบเที่ยวจะประหยัดที่สุด เพราะทีมงานสามารถยกขึ้น ขับไปส่ง และยกลงได้ทันที ไม่ต้องรอนาน
  • งานติดตั้งป้ายโฆษณา หรือ โครงหลังคา: งานประเภทนี้ช่างมักจะต้องใช้เวลาในการเชื่อมเหล็ก หรือยึดน็อตให้แน่นหนา โดยที่เครนจะต้องยกประคองชิ้นงานค้างไว้กลางอากาศ กรณีแบบนี้การเหมาครึ่งวันหรือเต็มวันจะคุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน
  • งานเทคอนกรีต: หลายครั้งที่รถปูนมาถึงหน้างานช้ากว่ากำหนด หรือต้องรอคิวหน้าไซต์งาน หากจ้างเป็นรอบอาจโดนคิดค่าเสียเวลา (Waiting Charge) ดังนั้นการเหมาเวลาไปเลยจะช่วยลดความกังวลได้ดีมาก
  • งานย้ายต้นไม้ใหญ่: การขุดล้อมและย้ายต้นไม้ต้องใช้ความระมัดระวังสูง และมักจะใช้เวลานานในการจัดทรงก่อนลงดิน การจ้างแบบเหมาวันจะตอบโจทย์ที่สุด
💡 3 ข้อมูลสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนขอใบเสนอราคา:
1. แจ้งน้ำหนักและมิติขนาดของสิ่งที่จะยก (กว้าง x ยาว x สูง) เพื่อการเลือกรถขนาด 3, 5 หรือ 8 ตันให้ถูกต้อง
2. ระบุพิกัดต้นทาง และ ปลายทาง (แนะนำให้แชร์ลิงก์ Google Maps)
3. แจ้งอุปสรรคหน้างาน เช่น ซอยแคบ ติดสายไฟ หรือพื้นดินอ่อน เพื่อจัดเตรียมแผ่นเหล็กรองพื้น

สรุปการเลือกใช้งาน

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกจ้างงานรูปแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมาตรฐานด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการครับ ที่ 1963 Transport เรามีรถบรรทุกติดเครนสภาพสมบูรณ์ พร้อมทีมงานที่มีใบอนุญาต (ปจ.2) และผ่านการอบรมเซฟตี้ 100% สามารถเข้าไปดูผลงานการขนย้ายจริงและวิดีโอหน้างานของเราเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page 1963 Transport เรายินดีให้คำปรึกษาและช่วยประเมินราคาฟรีครับ!